เครื่องมือวัดและประเมินผล
1. การสังเกต (Observation) การสังเกต คือ การพิจารณาปรากฎการณ์ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาความจริงบางประการ โดยอาศัยประสาท
สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรงรูปแบบของการสังเกต
1.
การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม หมายถึง
การสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร่วม หรือคลุกคลีในหมู่ผู้ถูกสังเกต
และอาจร่มทำกิจกรรมด้วยกัน
2.
การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าไปร่วมในเหตุการณ์ หมายถึง
การสังเกตที่ผู้ถูกสังเกตอยู่ภายนอกวงของผู้ถูกสังเกต
คือสังเกตในฐานะเป็นบุคคลภายนอก การสังเกตแบบ นี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
2.1
การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง
การสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้กำหนดหัวเรื่องเฉพาะเอาไว้
2.2
การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง
การสังเกตที่ผู้สังเกตกำหนดเรื่องที่จะสังเกตเฉพาะเอาไว้
2. การสัมภาษณ์ (Interview)การสัมภาษณ์ คือ
การสนทนาหรือการพูดโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ ความจริง
ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้ารูปแบบของการสัมภาษณ์
1.
การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์ที่ไม่ใช่แบบสัมภาษณ์ คือ
ไม่จำเป็นต้องใช้ คำถามที่เหมือนกันหมดกับผู้ถูกสัมภาษณ์ทุกคน
2.
การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง หมายถึง
การสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์จะใช้แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นไว้แล้ว
3. แบบสอบถาม (Questionnaire)แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก
โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก
และสามารถใช้วัดได้อย่างกว้างขวางรูปแบบของแบบสอบถาม
1.
แบบสอบถามชนิดปลายเปิด (Open-ended Form)แบบสอบถามชนิดนี้ไม่ได้กำหนดคำตอบไว้
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ตอบเขียนตอบอย่างอิสระด้วยความคิดของตนเอง
แบบสอบถามชนิดนี้ตอบยากและเสียเวลาในการตอบมาก
เพราะผู้ตอบจะต้องคิดวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง
2.
แบบสอบถามปลายปิด (Closed - ended Form)แบบสอบถามชนิดนี้ประกอบ
ด้วย ข้อคำถามและตัวเลือก (คำตอบ) ซึ่งตัวเลือกนี้สร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอบ
สามารถเลือกตอบ ได้ตามความต้องการ แบบสอบถามชนิดปลายปิด แบ่งเป็น 4 แบบ
2.1
แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) เป็นการสร้างรายการของข้อคำถามที่เกี่ยวหรือสัมพันธ์กับคุณลักษณะของพฤติกรรม
แต่ละรายการจะถูกประเมิน หรือชี้ให้ตอบในแง่ใดแง่หนึ่ง เช่น มี - ไม่มี จริง -
ไม่จริง
2.2
มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในประเมินการปฏิบัติ
กิจกรรม ทักษะต่าง ๆ มีระดับความเข้มให้พิจารณาตั้งแต่ 3 ระดับขึ้นไป เช่น
เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
2.3 แบบจัดอันดับ (Rank Order) มักจะให้ผู้ตอบจัดอันดับความสำคัญหรือคุณภาพ
โดยให้ผู้ตอบเรียงลำกับตามความเข้มจากมากไปหาน้อย
2.4 แบบเติมคำสั้น
ๆ ในช่องว่าง แบบสอบถามลักษณะนี้จะต้องกำหนดขอบเขตจำเพาะเจาะจงลงไป เช่น
ปัจจุบันท่านอายุ………………ปี ………….เดือน
4. การจัดอันดับ (Rank Order)เป็นเครื่องมือมือวัดผลให้นักเรียน
หรือผู้ได้รับแบบสอบถามเป็นผู้ตอบ โดยการจัดอันดับความสำคัญ หรือจัดอันดับคุณภาพ
และใช้จัดอันดับของข้อมูลหรือผลงานต่าง ๆ ของนักเรียนแล้วจึงให้คะแนน
ภายหลังเพื่อการประเมิน
5.
การประเมินผลจากสภาพจริง (Authentic Assessment) หมายถึง
กระบวนการสังเกต การบันทึก และรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำ
การประเมินผลจากสภาพจริงจะเน้นให้นักเรียนสามารถแก้ปัญหา
เป็นผู้ค้นพบและผู้ผลิตความรู้ นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง
รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน
ความสำคัญของการประเมินผลจากสภาพจริง
1.
การเรียนการสอนและการวัดประเมินผลจากสภาพจริง จะเอื้อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล
2.
เป็นการเอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
3.
เป็นการเน้นให้นักเรียนได้สร้างงาน
4.
เป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผล
5.
เป็นการลดภาระงานซ่อมเสริมของครู
6.
การวัดผลภาคปฏิบัติ (Performance Assessment)การวัดผลภาคปฏิบัติ
เป็นการวัดผลงานที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน
ในสถานการณ์จริง หรือในสถานการณ์จำลอง
สิ่งที่ควรคำนึงในการสอบวัดภาคปฏิบัติคือ
1. ขั้นเตรียมงาน
2. ขั้นปฏิบัติงาน
3.
เวลาที่ใช้ในการทำงาน
4. ผลงาน
7.
การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolios) เป็นแนวทางการประเมินผลโดยการรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจกรรมต่าง
ๆ ร่วมกัน โดยกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน
ดังนั้นการวัดผลและประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงานส่วนหนึ่ง
จะเป็นกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ใสภาพการเรียนประจำวัน
โดยกิจกรรมที่สอดแทรกเหล่านี้จะวัด เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตประจำวัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น