วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้


การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ : SOLO Taxonomy

คำสำคัญ (Key word)
·       SOLO
·       Taxonomy
                SOLO: The Structure of Observed Learning Outcome คือ โครงสร้างการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
                Taxonomy มีความหมายเดียวกับคำว่า Classification คือ การจัดแบ่งประเภท แต่ Taxonomy นั้น จะกล่าวถึง หลักทางวิชาการที่ใช้เพื่อระบุประเภทของสิ่งมีชีวิตทางชีววิทยาที่มีลักษณะร่วมกันและทำการกำหนดชื่อให้กับกลุ่มสิ่งมีชีวิตนั้นๆ   
                หากกล่าวถึงการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้สอนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเกณฑ์การกำหนดคุณภาพของ Bloom หรือ Bloom’s Taxonomy ซึ่งหากศึกษาดูแล้วเราจะพบว่า Bloom’s Taxonomy นั่นมีแนวโน้มที่จะถูกใช้โดยผู้สอนเสียเป็นส่วนมาก แต่ถ้าหากการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นมีผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดด้วยแล้ว หลักการที่จะต้องพูดถึงนั่นก็คือ SOLO Taxonomy ซึ่งเป็นการกำหนดระดับผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะแค่การสอนและการให้คะแนนจากผลงานแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการประเมินผลที่ให้ความสำคัญว่า ผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้อย่างไร และผู้สอนมีวิธีการอย่างไรที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการทางปัญญาที่มีความซับซ้อนและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
                SOLO Taxonomy หรือ The Structure of Observed Learning Outcome Taxonomy จึงเป็นแบบ (Model) ที่ใช้ในการใช้ระบุ บรรยาย หรืออธิบาย ระดับความเข้าใจอันซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของผู้เรียนในสาระหรือรายวิชา ซึ่งผู้เสนอแนวคิดนี้จนกลายเป็นที่นิยมคือ John B. Biggs และ Kelvin Collis (1982)
                แบบของ SOLO Taxonomy ประกอบด้วยระดับความเข้าใจ 5 ระดับ ดังนี้
1.     Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน) คือ ในระดับนี้ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
2.     Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว) คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
3.     Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
4.     Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์) คือ การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
5.     Extended abstract (ระดับขยายนามธรรม) คือ จากขั้นบูรณาการเชื่อมโยงความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น

การประกันคุณภาพการศึกษา


นิยามและความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา

    คุณภาพการศึกษา หมายถึง คุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม ปณิธานและภารกิจของการจัด การศึกษาระดับอุดมศึกษาตามนโยบายการพัฒนาการอุดมศึกษาของประเทศ ตลอดจนปณิธานและ ภารกิจเฉพาะในการจัดการศึกษาของแต่ละสถาบัน

    การประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา หมายถึง การมีระบบและกลไกในการ ควบคุม ตรวจสอบ และประเมินการดำเนินงานในแต่ละองค์ประกอบคุณภาพตามดัชนีบ่งชี้ที่ กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณะชนได้มั่นใจว่าสถาบันนั้นๆ สามารถให้ผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ

    การประกันคุณภาพการศึกษา (QUALITY ASSURANCE) หมายถึง การทำกิจกรรม หรือ การปฏิบัติภารกิจหลักอย่างมีระบบตามแบบแผนที่กำหนดไว้ โดยมีการควบคุมคุณภาพ (QUALITY CONTROL) การตรวจสอบคุณภาพ (QUALITY AUDITING) และการประเมิน คุณภาพ (QUALITTY ASSESSMENT) จนทำให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของดัชนี ชี้วัด ระบบและกระบวนการผลิต ผลผลิตและผลลัพธ์ ของการจัดการศึกษา ประกอบด้วยการ ประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก

    การประกันคุณภาพภายใน หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพ และ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา จากภายในโดยบุคลากรของสถานศึกษานั่นเอง หรือโดย หน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น

    การประกันคุณภาพภายนอก หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอกโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรองเพื่อเป็นการ ประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระบบและกลไก หมายถึง ขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆที่มีความสัมพันธ์ และเชื่อมโยงกัน อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยบุคลากร ทรัพยากร กฏเกณฑ์ มาตรการ แนวปฏิบัติ และปัจจัยต่างๆ เป็น กลไกให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย

    การควบคุมคุณภาพการศึกษา หมายถึง การมีระบบและกลไกในแต่ละองค์ประกอบ คุณภาพเพื่อกำกับการดำเนินงานของสถาบันให้ได้ผลตามดัชนีบ่งชี้คุณภาพที่กำหนด การตรวจสอบคุณภาพการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการศึกษาวิเคราะห์ว่าสถาบันมี ระบบ และกลไกควบคุมคุณภาพ และได้ปฏิบัติ ตลอดจนมีผลการปฏิบัติตามระบบ และกลไก ดังกล่าว

    การประเมินคุณภาพการศึกษา หมายถึง กระบวนการวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลการ ดำเนินงานของสถาบันว่า ส่งผลต่อคุณภาพตามดัชนีบ่งชี้

    องค์ประกอบคุณภาพ หมายถึง ปัจจัยหลักในการดำเนินงานของสถาบันที่มีผลต่อ คุณภาพ การศึกษา

    ดัชนีบ่งชี้คุณภาพ หมายถึง ตัวบ่งชี้ว่าการดำเนินงานในแต่ละองค์ประกอบคุณภาพเป็นไป ตามเกณฑ์ และมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด

    ผลผลิตทางการศึกษา หมายถึง ผลการดำเนินตามภารกิจหลัก ประกอบด้วย การผลิต บัณฑิต การวิจัย การบริการทางวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและภารกิจหลักอื่นๆของ สถาบันอุดมศึกษา

    มาตรฐานการศึกษา หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริม และกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา

    ประสิทธิภาพ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณทรัพยากรที่ใช้ไปกับปริมาณผลผลิต ที่เกิดจากกระบวนการ กล่าวคือ ประสิทธิภาพแสดงถึงความสามารถในการผลิต และความคุ้มค่า ของการลงทุน

    ประสิทธิผล หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์ของการทำงานกับเป้าหมาย หรือ วัตถุประสงค์ ที่ตั้งไว้ กล่าวคือ ประสิทธิผลจะแสดงถึงความสามารถในการตอบสนองอย่างรวดเร็ว และทันเวลาเพื่อให้ได้ผลผลิต

    การรับรองมาตรฐาน หมายถึง การให้การรับรองการทำการประเมินคุณภาพภายนอกของผู้ ประเมินภายนอกที่มีคุณลักษณะ และคุณภาพที่พึงประสงค์ตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่ สำนักงานกำหนด

หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติ


หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติสู่ชั้นเรียน (How to Use Standards in the Classroom)

การเชื่อมโยงมาตรฐานการเรียนรู้กับหลักสูตรเป็นสิ่งสำคัญการเชื่อมโยงมาตรฐานการเรียน ระดับชาติ มาตรฐานการเรียนรู้และท้องถิ่น ไปสู่เป้าหมายการเรียนการสอนของนักเรียนและครู Baris Douglas E and Car, Judy F (1996 : 18)ได้นําเสนอแผนภูมิแสดงความสอดคล้องเชื่อมโยงของหลักสูตร การ เรียนการสอน และการประเมินแบบอิงมาตรฐานการเรียนรู้ไว้ดังแผนภาพประกอบที่ 11

ภาพประกอบที่ 11 หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติสู่ชั้นเรียน
 ที่มา  Harris. Douglas E and Carr, Judy F (1996) หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติสู่ชั้นเรียน

จากแผนภาพประกอบที่ สรุปได้ว่า
กรอบหลักสูตรมลรัฐเชื่อมโยงและสะท้อนสิ่งที่พึงประสงค์ในมาตรฐานการเรียนรู้ระดับชาติ
หลักสูตรและการประเมินระดับท้องถิ่นและโรงเรียน สะท้อนถึงมาตรฐานที่กำหนดในกรอบ
หลักสูตรมลรัฐ
กรรมการเรียนการสอนและหน่วยการเรียน ชื่อมโยงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้มลรัฐ หลักสูตรท้องถิ่นและหลักสูตรสถานศึกษาในขณะเดียวกันก็ต้องสนองตอบความสนใจและความต้องการของนักเรียน และชุมชน ด้วยเหตุผลดังกล่าวกิจกรรมการเรียนการสอนและหน่วยการเรียน จึงควรสร้างจาก แหล่งข้อมูลของท้องถิ่น หรือเหตุการณ์ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ในท้องถิ่น
ดำเนินการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งในระดับชั้นเรียน ท้องถิ่น และมลรัฐ ควรใช้ข้อมูลจากผลงานและการ เอิบัติงานของนักเรียนที่เกิดขึ้นในแต่ละหน่วยการเรียน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่จะบอกได้อย่างดีว่าผล การเรียนของนักเรียนถึงมาตรฐานหรือไม่
มาตรฐานสู่ความสำเร็จ : หลักสูตร การประเมินผล และแผนปฏิบัติการ
เมื่อโรงเรียนหรือสถานศึกษาได้ใช้มาตรฐานใดแล้วทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเข้าใจว่ามาตรฐาน ของโรงเรียนคืออะไร และจะนำไปใช้อย่างไร คณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องใช้แผนการประเมินที่ เกี่ยวข้องกับขั้นตอนสำคัญ คือ การประเมินสภาพปัจจุบันของหลักสูตร การเรียนการสอน และการประเมินที่ สอดคล้องกับมาตรฐาน การได้ข้อมูลว่ามาตรฐานใดบ้างที่จะนำมาจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล และนักเรียนจะบรรลุมาตรฐานตามที่ระบุไว้ในวิสัยทัศน์นั้น จะต้องเตรียมวิธีปฏิบัติ กระบวนการ และ หลักสูตรการเรียนการสอนต่าง ๆ ให้พร้อม การตัดสินใจว่าจะสอนและประเมินมาตรฐานใด จะสอน มาตรฐานดังกล่าวในระดับชั้นใด รายวิชาใด สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการวิชาการ จะต้องกำหนดขอบข่ายโดยใช้ ฐานข้อมูลว่าใครจะสอนและประเมินมาตรฐานใด และจำเป็นต้องมีการทบทวนแผนว่ามาตรฐานที่กำหนดได้เหมาะสมหรือไม่จุดเน้นของหลักสูตรสถานศึกษาเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ คำถามเดิน ที่ว่า ใครสอนหัวข้อใด หรือ ครูจะใช้สื่อการสอนอะไร จะถูกปรับเปลี่ยนเป็น ใครสอนมาตรฐานอะไร การ เรียนการสอนใช้รูปแบบใด และใครประเมินมาตรฐานใด โดยวิธีใด เป็นต้น
กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและแผนการประเมิน Carr, Judy F and Harris, Douglas E (2001 : 45 - 49)เสนอคำถามที่เกี่ยวข้องคือ จะสร้างการประเมินระดับชั้นเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐานอย่างไร ซึ่งการ ประเมินชั้นเรียนไม่ได้เป็นเพียงการทดสอบ การวัด หรือการให้คะแนน แต่การประเมินเป็นบรณาการขอ การสอน เป็นกระบวนการของการวัดปริมาณ การอธิบาย การรวบรวมข้อมูลหรือการให้ผลป้อนกับเกี่ยวกับ การเรียนรู้ เพื่อให้รู้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน จุดมุ่งหมายเบื้องต้นของการประเมินชั้นเรียนโดยใช้มาตรฐาน เป็นฐานคือ บอกให้รู้เกี่ยวกับการสอนและการปรับปรุงการเรียนรู้ ยิ่งไปกว่านั้นการประเมินยังสะท้อนสิ่งต่างๆ ดังนี้
ให้แนวทางเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงการศึกษา
ชี้ให้เห็นความสําเร็จของนักเรียนแต่ละคนหลักสูตรเฉพาะและการปฏิบัติในสถานศึกษาชี้ให้เห็นว่านักเรียนมีความรู้และทักษะแบบบูรณาการตลอดหลักสูตรหรือไม่
เสนอวิธีการและข้อมูลเพื่อสื่อถึงผลการประเมินอย่างมีประสิทธิภาพ
การประเมินประสิทธิผลของชั้นเรียนต้องกระทําอย่างต่อเนื่องและสัมพันธ์กับการเรียนรู้ใน ขณะนั้น รวมทั้งมีลักษณะรวบยอด(แต่ละองค์ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของระบบทั้งหมดคํานึงถึงความต้องการ ของผู้เรียนกลุ่มต่างๆและคํานึงถึงจุดดีและปัญหาต่างๆของนักเรียน)ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากหลักสูตร เดียวกันหรือข้ามหลักสูตร
มีลักษณะหลากหลาย(หลากหลายแง่มุมและยืดหยุ่นได้เหมาะสมทั้งด้านพัฒนาการและด้าน วัฒนธรรม คํานึงถึงรูปแบบการเรียนรู้และพหุปัญญา ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการประเมินตนเอง)
เชื่อถือได้เชิง(เทคนิคมีความต่อเนื่องและกระทําติดต่อกันแม่นตรงและเชื่อถือได้และรายงานอย่าง ถูกต้อง)
การวางแผนการประเมินต้องมองในมุมกว้าง แผนการประเมินคือเครื่องมือออกแบบหรือชุดของ ตัวเลือกที่คำนึงว่า การเรียนรู้ของนักเรียนจะได้รับการประเมินให้สัมพันธ์กับมาตรฐานได้อย่างไร การใช้แผนการประเมินนี้ทําให้มั่นใจได้ว่า
ผลป้อนกลับจากการนําแผนการประเมินไปใช้ จะชี้แนะกระบวนการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงการ เรียนการสอน
นักเรียนมีโอกาสหลากหลายที่จะแสดงผลสำเร็จตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ นักเรียนให้คําตอบที่สรรค์สร้างเองได้หลายแบบ เช่น ผลงาน (รายงานที่เขียน ภาพ หุ่นจำลอง แผนที่) และการปฏิบัติ (กิจกรรม การสืบค้น การสัมภาษณ์ การแสดงละคร) การตอบสนองของนักเรียนหลายแบบ
จะพหปัญญา และจุดแข็งต่าง ๆ ของนักเรียนแต่ละคน การประเมินด้วยคําตอบแบบเลือกตอบและการ ตอบแบบสั้นมักเป็นส่วนหนึ่งของแผนการประเมินนี้
แนวการให้คะแนนแบบต่าง ๆ ใช้เพื่อกำหนดผลป้อนกลับด้านการเรียนรู้ของนักเรียน


Mind Map


ตรวจสอบทบทวน


ตรวจสอบและทบทวน
          ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขึ้นการประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐานปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการเขียนระดับคุณภาพของผลการเรียนรู้ซึ่งอาจใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดSolo taxonomy การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกไม่ใช่เรียนแบบผิวเผินๆหรือแนวทางอื่นๆ

การประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
โดยใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดSolo taxonomy 

วิธีการวัดและประเมินผล
รายการที่ประเมิน
1.Pre-structural
(ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)
2.Uni -structural (ระดับมุมมองเดียว)
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง)
4.Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์)
5.Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรม)
ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
นักเรียนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนน
1.      Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)  คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ
Pre-structural จะได้ 1-2คะแนน
2. Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Uni-structural  จะได้ 3-4 คะแนน
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Multistructural  จะได้ 5-6คะแนน
4. Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Relational  จะได้
7-8 คะแนน

5. Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรมคือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Relational  จะได้ 9-10คะแนน


Mind Map


ตรวจสอบทบทวน


ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขั้น การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน ปฏิบัติการเขียนแผนจัดการ เรียนรู้ด้วยใช้กระบวนการของทบทวนตนเองหลังสอนที่ช่วยให้เข้าใจการเรียนการสอนในการตอบสนอง ความต้องการ 4ประการ คือ ด้านวัตถุประสงค์ ด้านค่านิยม ด้านประสิทธิผล และด้านความพึงพอใจในตนเอง

การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการสอน



วิธีการวัดและประเมินผล
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
วิธีการประเมิน
เครื่องมือที่ใช้
หมาย
เหตุ
       ๑.ด้านวัตถุประสงค์
             เด็กสามารถบอกส่วนประกอบของแตงโมได้
             เด็กสามารถบอกลักษณะของต้นและผลของแตงโมได้
             เด็กสามารถบอกได้ว่าส่วนประกอบของแตงโมแต่ละส่วนมีประโยชน์อย่างไร
             เด็กสามารถปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงได้
             เด็กสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สนทนาได้
             เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน
สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต
      ๒. ด้านค่านิยม
       เด็กสามารถบอกส่วนประกอบของแตงโมได้
      เด็กสามารถบอกลักษณะของต้นและผลของแตงโมได้
      เด็กสามารถบอกได้ว่าส่วนประกอบของแตงโมแต่ละส่วนมีประโยชน์อย่างไร
      เด็กสามารถปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงได้
      เด็กสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สนทนาได้
       เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน
สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต
     ๓.  ด้านประสิทธิผล
      ผู้เรียนสามารถต่อยอดความรู้ นำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตจริง และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กับผู้อื่นได้ 
สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต
๔.  ด้านความพึงพอใจในตนเอง                 
      ผู้เรียนชอบและชื่นชมผลงานของตัวเอง             

สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต

                                                                                  ผู้ประเมิน
ลงชื่อ…………………………………
(นางสาวหัสทยา พงษ์จิตภักดิ์)